สำหรับการพิมพ์และ PDF



ผู้มีส่วนได้เสียในสหภาพยุโรป

ในหมวดนี้ของแกะกล่อง VPA จะอธิบายถึงกลุ่มหลักๆ ของผู้มีส่วนได้เสียในสหภาพยุโรป (EU) ในกระบวนการข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) บทบาทหน้าที่ และผลลัพธ์ที่ต้องการ

สถาบัน EU และองค์กรอื่นๆ

สถาบัน EU และองค์กรอื่นๆ ต่อไปนี้ต่างมีบทบาทในกระบวนการ VPA

คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the European Union) คณะมนตรีเป็นองค์กรตัดสินใจหลักของสหภาพยุโรป มีสมาชิกเป็นรัฐมนตรีจากรัฐบาลของประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศ ในปี 2003 คณะมนตรีได้ให้การรับรอง แผนปฏิบัติการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า (FLEGT)

ในปี 2005 คณะมนตรีได้นำกฎระเบียบ FLEGT มาใช้ และมอบอำนาจให้คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เจรจา VPA กับประเทศส่งออกไม้ คณะมนตรีได้มอบแนวทางการดำเนินเจรจาแก่คณะกรรมาธิการยุโรป บันทึกสรุปของ EU ได้สรุปแนวทางการเจรจานี้ไว้ เมื่อการเจรจา VPA สิ้นสุดลง กระบวนการให้สัตยาบันก็เริ่มต้นขึ้น คณะมนตรีในฐานะตัวแทนของ EU และหลังจากได้รับความยินยอมจากรัฐสภายุโรป (European Parliament) ได้ตัดสินใจให้การให้สัตยาบัน VPA สิ้นสุด การตัดสินใจนี้ พร้อมกับการให้สัตยาบันในประเทศหุ้นส่วน มีผลให้ VPA มีผลผูกพันทางกฎหมาย

รัฐสภายุโรป (European Parliament) พลเมืองของ EU เป็นผู้เลือกสมาชิกรัฐสภายุโรป ซึ่งเป็นสถาบันที่สามารถมีอิทธิพลต่อกระบวนการ VPA ได้หลากหลายทาง รัฐสภายุโรปตรวจสอบ VPA ที่มีการเสนอมาให้พิจารณา และมอบความยินยอมแก่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปในการสรุปการเจรจา รัฐสภายุโรปยังตรวจสอบความก้าวหน้าในการนำ VPA ไปปฏิบัติ และอาจตรวจสอบการเสนอขอแก้ไขอย่างละเอียดด้วย

สมาชิกรัฐสภายุโรปสามารถตั้งคำถามเพื่อให้มั่นใจว่า ผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมในกระบวนการ VPA และกระบวนการนี้ได้จัดการปัญหาข้อกังวลต่างๆ ของผู้มีส่วนได้เสีย สมาชิกของรัฐสภายุโรปมีการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการ VPA เมื่ออยู่ในที่ประชุมด้วย

หนึ่งในการประชุมดังกล่าว คือ การรับฟังเรื่องการค้าไม้ที่ไม่ถูกกฎหมายในปี 2006 จัดขึ้นโดยคณะกรรมการด้านการพัฒนาแห่งรัฐสภายุโรป ผู้อภิปราย ได้แก่ Silas Siakor (Director of the Sustainable Development Institute, Liberia - ผู้อำนวยการสถาบันการพัฒนาแบบยั่งยืน ประเทศไลบีเรีย) และ Kyeretwie Opoku (Executive Director of Forest Watch, Ghana - ผู้อำนวยการบริหารองค์กรพิทักษ์ป่า ประเทศกานา) ทั้งไลบีเรียและกานาได้จบการเจรจา VPA กับ EU ไปแล้ว และกำลังนำ VPA ไปปฏิบัติอยู่ในขณะนี้

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) คณะกรรมาธิการยุโรปเป็นฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป นอกเหนือจากหน้าที่ต่างๆ แล้ว คณะกรรมาธิการเสนอการตรากฎหมาย เช่น กฎระเบียบ FLEGT และกฎระเบียบการค้าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ของสหภาพยุโรป แก่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปและรัฐสภายุโรปให้ลงมติยอมรับ คณะกรรมาธิการยุโรปยังเป็นผู้นำการเจรจา VPA แทน EU คณะกรรมาธิการมองหา VPA ที่ชัดเจน นำไปปฏิบัติได้ เป็น VPA ที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียในวงกว้าง และเป็น VPA ที่ประเทศสมาชิก EU จะยอมรับ และดังนั้นคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปสามารถให้สัตยาบัน ในระหว่างกระบวนการ VPA คณะกรรมาธิการจะเป็นผู้ให้ข้อมูลล่าสุดแก่คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป และรัฐสภายุโรป

คณะผู้แทนสหภาพยุโรป (EU delegations) คณะผู้แทนสหภาพยุโรป คือผู้แทนอย่างเป็นทางการของ EU ในประเทศหุ้นส่วน ในขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรปเป็นผู้นำการเจรจา VPA ให้กับ EU คณะผู้แทนสหภาพยุโรปเป็นผู้นำในระยะการนำไปปฏิบัติของ VPA อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจากคณะผู้แทนสหภาพยุโรปอาจเข้าร่วมในการประชุมวาระต่างๆ หรือการประชุมร่วมทางเทคนิคในช่วงของระยะการเจรจา

ประเทศสมาชิก EU

ประเทศสมาชิก EU จะตรวจสอบความก้าวหน้าในการเจรจาและการนำไปปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ผ่านการประชุมการทำงานของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรปยังคอยแจ้งข้อมูลให้แก่ประเทศสมาชิก EU ทราบเกี่ยวกับความก้าวหน้าในกระบวนการ VPA และมักเชิญประเทศสมาชิกให้เข้าร่วมการประชุมร่วมระดับสูงที่เกี่ยวข้องกับ VPA

ในกระบวนการ VPA ที่ผ่านมา ผู้แทนจากประเทศสมาชิก EU ได้เข้าร่วมในทีมเจรจาและคณะกรรมการดำเนินงานร่วมเช่นกัน ประเทศสมาชิก EU แต่ละประเทศมีส่วนร่วมในกระบวนการ VPA แตกต่างกันอย่างมาก ปัจจัยที่มีผลต่อระดับการมีส่วนร่วม ได้แก่:

  • พลวัตทางการเมืองในประเทศสมาชิกหรือประเทศหุ้นส่วน VPA
  • ความสัมพันธ์แบบทวิภาคีระหว่างประเทศสมาชิกและประเทศส่งออกไม้
  • ขึ้นอยู่กับว่าประเทศสมาชิกมีท่าเรือที่สามารถรับไม้ในปริมาณมากได้หรือไม่
  • ความกังวลของผู้มีส่วนได้เสียในประเทศสมาชิก
  • การมุ่งเน้นของโครงการความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาในประเทศสมาชิก EU

ประเทศสมาชิก EU มีบทบาทสำคัญมากเช่นกันในการสร้างมาตรการกำกับดูแล เพื่อเพิ่มความหนักแน่นให้กับการกำกับดูแลที่เสนอโดยประเทศหุ้นส่วน VPA การกำกับดูแลนั้นรวมถึง เจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบใบรับรอง FLEGT การดำเนินพิธีการศุลกากร และมาตรการกฎข้อบังคับเพื่อบังคับใช้กับการรับใบรับรอง FLEGT

ผู้มีส่วนได้เสียภาคเอกชนใน EU

ผู้มีส่วนได้เสียภาคเอกชนใน EU ได้แก่ ผู้นำเข้าไม้และผู้ค้าไม้ กฎระเบียบการค้าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ของสหภาพยุโรปกำหนดให้บริษัทดังกล่าวห้ามค้าไม้ที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต ขนส่ง หรือแปรรูปอย่างผิดกฎหมาย ประเด็นความกังวลของบริษัทใน EU ในภาคอุตสาหกรรมไม้ ได้แก่:

  • ความเสี่ยงต่อชื่อเสียงบริษัท
  • ความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์และลูกค้า
  • การแข่งขันที่เป็นธรรม
  • ต้นทุน
  • ภาพลักษณ์โดยรวมของไม้

บริษัทที่มีการพัฒนาจะมีระบบที่ประกันได้ถึงความยั่งยืน และ/หรือ ความถูกต้องตามกฎหมายไว้แล้ว บริษัทที่มีการพัฒนาหลายบริษัทเป็นสมาชิกของสมาพันธ์แห่งชาติที่มีมาตรฐานทางจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจสำหรับสมาชิก บริษัทอื่นๆ ก็นำระบบดังกล่าวไปปฏิบัติเช่นกัน

คุณค่าของ VPA ต่อภาคเอกชนใน EU คือ ใบรับรอง FLEGT ให้การรับรองว่าไม้ได้รับการผลิตอย่างถูกกฎหมาย ดังนั้นใบรับรอง FLEGT จึงเป็นวิธีการที่ตรงไปตรงมาที่ผู้นำเข้าไม้ใน EU ใช้ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดการแสดงหลักฐานความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ของกฎระเบียบการค้าไม้และผลิตไม้ของสหภาพยุโรป

ผู้มีส่วนได้เสียภาคเอกชนใน EU ต้องการให้ VPA มีความน่าเชื่อถือ และบรรลุผลในสิ่งที่ได้กำหนดไว้ เพราะการนำเข้าไม้ที่ไม่ถูกกฎหมายนั้นมีความเสี่ยงต่อชื่อเสียงของผู้นำเข้า การออกใบรับรอง FLEGT ต้องส่งผลในสองหัวข้อหลัก ประการแรก การออกใบรับรอง FLEGT ต้องส่งมอบไม้ถูกกฎหมายด้วยอุปทานที่คงที่ได้อย่างสม่ำเสมอ ประการที่สอง การออกใบรับรอง FLEGT ต้องช่วยจัดการกับความท้าทายด้านธรรมาภิบาลในประเทศผู้ค้าที่เป็นเหตุให้เกิดการค้าไม้ที่ไม่ถูกกฎหมาย

สมาคมการค้า เช่น สมาพันธ์การค้าไม้แห่งสหภาพยุโรป (European Timber Trade Federation) ซึ่งมีสมาชิกเป็นสมาพันธ์การค้าไม้ในระดับประเทศ ช่วยเหลือผู้นำเข้าในสหภาพยุโรปให้มั่นใจว่าได้จัดหาผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมาย

นอกจากผู้นำเข้าไม้และผู้ค้าไม้ใน EU แล้ว บางบริษัทที่มีฐานอยู่ใน EU ได้ซึ่งดำเนินการผลิตไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ก็มีการดำเนินงานในประเทศส่งออกไม้ด้วย บริษัทเหล่านี้มีความสนใจในศักยภาพของ VPA ที่จะสร้างความเสมอภาคกันกับคู่แข่ง ด้วยการเชื่อมั่นว่าจะมีการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันกับทุกฝ่าย

องค์กรประชาสังคมใน EU

VPA เป็นที่สนใจขององค์กรประชาสังคมใน EU ซึ่งมุ่งเน้นในประเด็นต่างๆ เช่น สิทธิและความเสมอภาค สภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความโปร่งใสและปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง องค์กรพัฒนาเอกชนที่ตรวจสอบความท้าทายด้านธรรมาภิบาล และกลุ่มต่างๆ ที่ศึกษาเกี่ยวกับนโยบายป่าไม้ของยุโรปก็มีความสนใจใน VPA เช่นกัน กลุ่มประชาสังคมดังกล่าวมีอิทธิพลต่อกระบวนการ VPA ทั้งใน EU และประเทศส่งออกไม้ ด้วยการยกประเด็นและการเสนอวิธีแก้ไข การเข้ามามีส่วนร่วมนี้ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในกระบวนการ VPA กลุ่มประชาสังคมใน EU ที่มีความสนใจใน VPA ได้แก่:

องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรใน EU ได้สนับสนุนผู้มีส่วนได้เสียในประเทศหุ้นส่วน VPA เช่นกัน บางองค์กรสร้างขีดความสามารถให้ผู้มีส่วนได้เสียที่เป็นองค์กรประชาสังคม และภาคเอกชนในประเทศดังกล่าวให้ได้เข้าร่วมในกระบวนการ VPA บางองค์กรยังได้สนับสนุนผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการ VPA ในประเทศเหล่านี้ ให้แสดงออกถึงความห่วงใยของตนใน EU โปรดอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนี้ในหมวดแกะกล่อง VPA หัวข้อ การให้ความสนับสนุนผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการ VPA

หน่วยงานวิจัยระดับมันสมองของ EU

การวิจัยเกี่ยวกับ VPA และปัญหาต่างๆ ด้านป่าไม้ โดยหน่วยงานวิจัยระดับมันสมองที่ตั้งอยู่ใน EU บอกให้ทราบถึงกระบวนการ VPA และการตัดสินใจใน EU และในประเทศส่งออกไม้ หน่วยงานวิจัยระดับมันสมอง ได้แก่:

นอกจากหน่วยงานวิจัยที่ตั้งอยู่ใน EU แล้ว สถาบันในสหรัฐอเมริกา เช่น Forest Trends (www.forest-trends.org) และ World Resources Institute (www.wri.org) ก็มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับ VPA เช่นกัน




 

ข้อความปฏิเสธความรับผิด เนื้อหาใน แกะกล่อง VPA เป็นไปตามการถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์ที่รวบรวมและอธิบายโดยศูนย์อำนวยการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าแห่งสหภาพยุโรป (EU FLEGT Facility) และด้วยเหตุนี้ ศูนย์อำนวยการจึงเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว สำหรับคำแนะนำหรือคำถาม กรุณาติดต่อ EU FLEGT Facility ได้ที่: info@euflegt.efi.int

© European Forest Institute 2016