Print Friendly and PDF


การปฏิรูปกฎหมายอันเป็นผลมาจากกระบวนการ VPA

ข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) ทุกฉบับที่ได้รับการเห็นชอบแล้วจนถึงปัจจุบันได้จากกระบวนการผู้มีส่วนได้เสียหลายฝ่ายที่ได้ระบุถึงจุดอ่อนต่างๆ ในกรอบของกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน จุดอ่อนเหล่านี้ได้แก่

  • สิทธิในที่ดินและต้นไม้ที่ไม่ชัดเจน
  • การไม่สอดคล้องกันหรือความอ่อนแอในการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ที่มีอยู่
  • กฎหมายที่แย้งกัน
  • ความรับผิดชอบเชิงสถาบันที่ซ้อนทับกัน
  • การไม่มีกฎหมายที่จำเป็นต่อการออกใบรับรอง FLEGT ในทางปฏิบัติ

ด้วยการเน้นถึงจุดอ่อนในกฎหมายเหล่านี้ กระบวนการ VPA ช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถระบุได้ถึงวิธีการแก้ปัญหา ผลก็คือ ประเทศหุ้นส่วน VPA อาจทำการปฏิรูปกฎหมายและนำเอากฎหมายใหม่มาใช้เพื่อจัดการกับความท้าทายต่างๆ ที่พบในกระบวนการ VPA

บางประเทศบรรยายถึงความต้องการในการปฏิรูปกฎหมายในภาคผนวกของ VPA เรื่องคำนิยามความถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนในประเทศอื่นๆ ระบุไว้ในภาคผนวกของ VPA เรื่องกำหนดเวลาการนำไปปฏิบัติ หรือในภาคผนวกเรื่องมาตรการประกอบ

จนถึงปัจจุบัน ระดับของความพยายามในการปฏิรูปกฎหมายใน VPA ต่างๆ แตกต่างกันไปทั้งในเรื่องจังหวะเวลาและเนื้อหา การปฏิรูประยะสั้นส่วนใหญ่สนใจในเรื่องความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับได้และความสามารถในการพิสูจน์ยืนยันของระบบการประกันความถูก ต้องตามกฎหมายของไม้ที่จำเป็นก่อนที่จะสามารถเริ่มการออกใบรับรอง FLEGT ได้ การปฏิรูปต่างๆ น่าที่จะต้องใช้เวลาซึ่งรวมถึงในด้านที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการครอบครองไม้ ตลาดภายในประเทศ สิทธิทางจารีตประเพณี การแบ่งปันผลประโยชน์ และธรรมาภิบาล

ตัวอย่างของการปฏิรูปกฎหมายในบริบทของ VPA ได้แก่

  • คาเมรูน ได้พัฒนาและลงนามในกฎหมายใหม่ที่จะใช้ในการพิสูจน์ยืนยันความถูกต้องตามกฎหมาย การออกใบรับรอง FLEGT และการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด การปฏิรูปกฎหมายป่าไม้ปี 1994 ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
  • ในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง กระบวนการ VPA ระบุถึงกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ต้องออกให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนการออกใบรับรอง FLEGT จะเริ่มขึ้น VPA แถลงว่าการปฏิรูปกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อรวมเอาผู้ผลิตซึ่งเป็นช่างฝีมือและป่าชุมชนเข้าไว้ใน VPA จะเกิดขึ้นในอนาคต
  • VPA ของกานา แยกการปฏิรูปต่างๆ ที่ต้องดำเนินการก่อนการออกใบรับรอง FLEGT จากการปฏิรูปที่จะดำเนินการในภายหลังแต่อยู่ภายในกรอบเวลาที่กำหนด การปฏิรูปที่จะดำเนินการในภายหลังจะเป็นเรื่องของประเด็นปัญหาต่างๆ ของธรรมาภิบาลและการแบ่งปันผลประโยชน์ ผลที่ได้จาก VPA คือรัฐบาลและเวทีการเสวนาที่เกิดจากการรวมตัวขององค์กรที่ไม่ใช่องค์กรรัฐได้พัฒนาและตกลงยินยอมในนโยบายต่างๆ ที่จะใช้จัดการกับปัญหาการตัดไม้โดยผิดกฎหมายในตลาดภายในประเทศ
  • ในอินโดนีเซีย การปฏิรูปกฎหมายดำเนินการขนานไปกับกระบวนการ VPA ผลของการปฏิรูป คือ จะมีการแก้ไขปรับปรุงภาคผนวกในเรื่องคำนิยามความถูกต้องตามกฎหมายและอื่นๆ
  • การปฏิรูปของไลบีเรีย จะทำให้เกิดระเบียบข้อบังคับใหม่ๆ เพื่อจัดการกับการตัดไม้ในหลุม การตัดไม้ด้วยเลื่อยโซ่ ไม้ซุงที่ถูกทิ้ง การขนส่ง ไม้ที่นำเข้าและถูกยึดไว้ การเข้าถึงและใช้งานทรัพยากรในพื้นที่สัมปทานโดยบุคคลที่สาม
  • ในสาธารณรัฐคองโก การปฏิรูปที่เกิดจาก VPA ได้แก่การแก้ไขประมวลกฎหมายป่าไม้และการรับเอากฎหมายชนพื้นเมืองมาใช้ การปฏิรูปกฎหมายอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันในกระบวนการปฏิรูปกฎหมายมีความสำคัญและสะท้อนถึงกระบวนการเจรจา ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าเพื่อให้การปฏิรูปมีประสิทธิภาพ หน่วยงานสาธารณะต่างๆ ต้องกระจายข้อมูลในเรื่องเครื่องมือทางกฎหมายละกระบวนการสำหรับการปฏิรูปกฎหมาย และให้เวลาที่เพียงพอแก่ผู้มีส่วนได้เสียในการเข้ามีส่วนร่วม

ข้อมูลเพิ่มเติม

ลิงค์ภายนอก

Bollen, A. and Ozinga, S. 2013. Improving Forest Governance. A Comparison of FLEGT VPAs and Their Impact. FERN. 50pp. [ดาวน์โหลดไฟล์ PDF]

Faure, N. and Lesniewska, F. 2012. Implementing VPAs: Outlining Approaches for Civil Society's Participation in VPA-related Law Reforms. Ghana Regional Workshop: Experiences from the FLEGT/VPA process in West and Central African countries. ClientEarth. [ดาวน์โหลดไฟล์ PDF]



 

ข้อความปฏิเสธความรับผิด เนื้อหาใน แกะกล่อง VPA เป็นไปตามการถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์ที่รวบรวมและอธิบายโดยศูนย์อำนวยการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าแห่งสหภาพยุโรป (EU FLEGT Facility) และด้วยเหตุนี้ ศูนย์อำนวยการจึงเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว สำหรับคำแนะนำหรือคำถาม กรุณาติดต่อ EU FLEGT Facility ได้ที่: info@euflegt.efi.int

© European Forest Institute 2016