Print Friendly and PDF


โครงสร้างผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการ VPA ระดับชาติ

ผู้มีส่วนได้เสียซึ่งเป็นบุคคลไม่สามารถเข้าร่วมกับกระบวนการข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) ได้ทั้งหมดโดยตรง อย่างไรก็ตาม พวกเขาสามารถจัดรวบรวมกันขึ้นเป็นกลุ่มและเลือกตัวแทนเพื่อเข้าร่วมในนามของกลุ่ม กลุ่มเหล่านี้ได้แก่สมาคมการค้า สหภาพแรงงาน เครือข่าย NGO และแพลตฟอร์มภาคประชาสังคม บทบาทของพวกเขาในกระบวนการ VPA อาจได้แก่

  • การพิจารณาอย่างละเอียดในแง่มุมต่างๆ ของ VPA เพื่อตกลงยินยอมในจุดยืนของผู้มีส่วนได้เสียและการพูดถึงจุดยืนเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนในการเจรจาระดับประเทศและการเจรจาทวิภาคี
  • ตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งเข้าในโครงสร้างผู้มีส่วนได้เสียหลายฝ่ายที่รวมถึงโครงสร้างการเจรจาต่างๆ ระดับชาติ
  • การสื่อสารกับผู้มีสิทธิออกเสียงเกี่ยวกับกระบวนการ VPA และความหมายอย่างมีนัยสำคัญ
  • การสนับสนุนการนำ VPA ไปปฏิบัติและการติดตามผลกระทบ

ในกระบวนการ VPA ส่วนใหญ่ กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียทั้งที่เป็นและไม่เป็นทางการนั้นมีอยู่และหรือได้รวมกันขึ้นมาก่อนการเจรจาจะเริ่มขึ้น ประสิทธิภาพของกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาสื่อสารมุมมองของสมาชิกของตนในการเจรจา VPA ระดับประเทศและการเจรจา VPA ระดับทวิภาคีได้ดีเพียงใด และพวกเขาสามารถส่งต่อข้อมูลจากการเจรจากลับไปยังผู้มีสิทธิออกเสียงของตนได้ดีเพียงใด

การเป็นตัวแทนก็ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง กลุ่มภาคเอกชน เช่น สมาคมการค้า มักจะมีสมาชิกจากบริษัทใหญ่มากกว่าผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ผู้ตัดไม้ด้วยเลื่อยยนต์หรือช่างทำเครื่องเรือน ดังนั้นการเข้ามีส่วนร่วมของผู้ประกอบการรายย่อยจะเกี่ยวข้องกับขอบเขตที่พวกเขารวมตัวกันขึ้นมาและความตระหนักในกระบวนการ VPA

ทั้งยังเป็นความท้าทายของเวทีภาคประชาสังคมในการเป็นตัวแทนของพหุสภาพของมุมมองและลำดับความสำคัญของสมาชิก สมาชิกอาจมุ่งเน้นที่ประเด็นที่แตกต่างหลากหลาย เช่น เพศ สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม หรือความยากจน

ตัวอย่าง The Liberia Chainsaw and Timber Dealers' Union

Liberia Chainsaw and Timber Dealers' Union เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการเลื่อยยนต์เพื่อการสร้างชิ้นงานศิลปะและผู้มีส่วนได้เสียรายย่อยในภาคป่าไม้ของไลบีเรีย สมาคมนี้เข้าเกี่ยวข้องกับกระบวนการ VPA หลังจากการเจรจาสิ้นสุดลงและสหภาพยุโรปและไลบีเรียได้ลงนามใน VPA นับแต่นั้นเป็นต้นมา สมาคมฯ ได้ทำการฝึกอบรมสมาชิกมากกว่า 200 รายในเรื่องกระบวนการ VPA และให้ความเห็นต่อผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนของตนในระยะการนำไปปฏิบัติของ VPA

ที่มา: FAO. 2014. The Voluntary Partnership Agreement (VPA) Process in Central and West Africa: From Theory to Practice. Food and Agriculture Organization of the United Nations. Rome, Italy. 58pp. [ดาวน์โหลดไฟล์ PDF]

 

ตัวอย่าง เครือข่าย NGO ประเทศเวียดนามในเรื่อง FLEGT

เครือข่าย NGO ประเทศเวียดนามในเรื่อง FLEGT เป็นแพลตฟอร์มที่ประกอบด้วย 40 องค์กรสมาชิก สมาชิกมีความรู้และประสบการณ์ของกลุ่มต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาป่าไม้ ซึ่งรวมถึง ชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ กิจการในครอบครัวและกิจการขนาดเล็กอื่นๆ ที่ทำการแปรรูปไม้ และผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดิน แต่ไม่มีโฉนด นับตั้งแต่เครือข่ายได้รวมตัวขึ้นในปี 2012 เครือข่ายได้

  • สร้างขีดความสามารถให้แก่สมาชิกเพื่อเข้าร่วมในกระบวนการ VPA
  • ให้คำปรึกษาแก่ชุมชนเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆ ของ VPA เช่น คำนิยามความถูกต้องตามกฎหมาย และระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้
  • เสนอข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรแก่รัฐบาลเวียดนามโดยอิงตามการพูดคุยปรึกษาหารือ
  • ทำการวิจัยและตีพิมพ์รายงานในเรื่องการปฏิรูปกฎหมายในภาคป่าไม้ และในเรื่องผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก VPA ต่อชีวิตความเป็นอยู่

เครือข่ายนี้ไม่มีที่นั่งในโครงสร้างการเจรจาของเวียดนาม อย่างไรก็ตาม เครือข่ายมีอิทธิพลเนื่องจากกฎหมายกำหนดให้รัฐบาลเวียดนามขอรับคำปรึกษาในเรื่องเอกสารทางกฎหมายและข้อตกลงการค้าใหม่ๆ และเนื่องจากสหภาพยุโรปอาจติดตามผลในบางประเด็นที่ได้จากเครือข่าย ประธานเครือข่ายหวังว่าเครือข่ายจะมีบทบาทในการนำ VPA ไปปฏิบัติและ/หรือการติดตามกระบวนการ VPA

ที่มา: EU FLEGT Facility interview 2014




 

ข้อความปฏิเสธความรับผิด เนื้อหาใน แกะกล่อง VPA เป็นไปตามการถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์ที่รวบรวมและอธิบายโดยศูนย์อำนวยการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าแห่งสหภาพยุโรป (EU FLEGT Facility) และด้วยเหตุนี้ ศูนย์อำนวยการจึงเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว สำหรับคำแนะนำหรือคำถาม กรุณาติดต่อ EU FLEGT Facility ได้ที่: info@euflegt.efi.int

© European Forest Institute 2016