Print Friendly and PDF


การควบคุมห่วงโซ่อุปทาน

วัตถุประสงค์ของการควบคุมห่วงโซ่อุปทานคือการทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ยืนยันและผลิตภัณฑ์ที่น่าจะผิดกฎหมายไม่สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานได้ การควบคุมห่วงโซ่อุปทานช่วยให้ประเทศและบริษัทต่างๆ สามารถติดตามไม้และผลิตภัณฑ์ไม้จากป่าหรือจุดนำเข้าไปสู่จุดส่งออก การติดตามหมายความว่าธุรกิจต่างๆ สามารถจัดการห่วงโซ่อุปทานและหน่วยงานผู้มีอำนาจสามารถตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบว่าถูกกฎหมายหรือไม่ได้

การควบคุมห่วงโซ่อุปทานจะประกอบด้วยชุดของกลไกและกระบวนการต่างๆ ที่ใช้ยืนยันที่มาของไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่แต่ละจุดเชื่อมของห่วงโซ่ ท่อนซุงและไม้แปรรูปจะควบคู่ไปพร้อมกับเอกสารที่จะระบุและยืนยันที่มา

เอกสารต่างๆ จะบันทึกข้อมูลในแนวทางที่จะช่วยให้หน่วยงานผู้มีอำนาจสามารถตรวจสอบได้ว่าจำนวนและชนิดของผลิตภัณฑ์ที่แต่ละจุดของห่วงโซ่อุปทานสอดคล้อง กับจุดเชื่อมก่อนหน้าและจุดเชื่อมต่อมาของห่วงโซ่ การควบคุมห่วงโซ่อุปทานยังกำหนดให้ต้องมีกระบวนการเพื่อป้องกันการผสมกันระหว่างไม้ที่ผ่านการพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าถูกต้องตามกฎหมายและไม้ที่ไม่ ทราบแหล่งที่มาหรือมาจากแหล่งที่ไม่ได้รับอนุญาต

ด้านการควบคุมห่วงโซ่อุปทานของระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ต้องมีความแข็งแกร่ง เชื่อถือได้ และมีรากฐานที่มั่นคงในระบบและกระบวนการต่างๆ ที่มีอยู่เดิม ซึ่งนี่ไม่ได้หมายความว่าการควบคุมห่วงโซ่อุปทานต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูง อย่างไรก็ตาม การควบคุมห่วงโซ่อุปทานควรมีความชัดเจนและสามารถตรวจสอบยืนยันได้และควรนำไปทดสอบก่อนจึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์

นอกเหนือจากการควบคุมอุปทานของไม้จากประเทศหุ้นส่วนแล้ว ระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ต้องสามารถติดตามไม้ประเภทอื่นๆ ได้ด้วย

ไม้ที่นำเข้ามา ประเทศหุ้นส่วนในข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) จะนำเข้าไม้จากประเทศอื่นๆ แปรรูปไม้ แล้วส่งออกไม้เหล่านั้น ดังนั้นระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ของประเทศหุ้นส่วนใน VPA ต้องสามารถพิสูจน์ยืนยันได้ถึงความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ที่นำเข้ามาในประเทศ ระบบต้องป้องกันมิให้ไม้ที่ผลิตขึ้นโดยผิดกฎหมายได้รับใบรับรอง FLEGT หากไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศหุ้นส่วน VPA อื่น ก็น่าจะเป็นเรื่องค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่หากไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศที่มิใช่หุ้นส่วน VPA ในกรณีนี้ประเทศหุ้นส่วน VPA จำเป็นต้อง

  • พัฒนาระบบเพื่อพิสูจน์ยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ที่นำเข้ามา

หรือ

  • แยกไม้ที่นำเข้าออกจากไม้ภายในประเทศเพื่อให้มั่นใจว่าไม้ดังกล่าวไม่เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสำหรับการส่งออก

ไม้ที่เดินทางผ่าน ไม้ที่เดินทางผ่านนับรวมผลิตภัณฑ์ไม้ใดๆ ที่มีต้นกำเนิดนอกประเทศหุ้นส่วน VPA ซึ่งเข้ามาในประเทศหุ้นส่วน VPA ภายใต้การควบคุมทางศุลกากรและออกนอกประเทศไปในลักษณะเดียวกัน ไม้ที่เดินทางผ่านจะคงข้อมูลประเทศต้นทางไว้ การควบคุมห่วงโซ่อุปทานในระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ต้องสามารถที่จะระบุ แยกออก และติดตามไม้ที่เดินทางผ่านเพื่อมิให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของประเทศหุ้นส่วน VPA และได้รับใบรับรอง FLEGT จากประเทศหุ้นส่วน VPA แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ไม้ที่เดินทางผ่านจะต้องมีเอกสารที่จะพิสูจน์ถึงประเทศต้นทางติดไปด้วยตลอดเวลา

ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศอินโดนีเซีย Principal Customs Areas (จุดศุลกากรหลัก) ที่ได้รับการประกาศจะกันไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่เดินทางผ่านออกอย่างเคร่งครัด ดังนั้นไม้ที่เดินทางผ่านจะไม่สามารถเข้าจุดศุลกากรหลักซึ่งทำให้ไม่สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของไม้สำหรับการออกใบรับรอง FLEGT ได้

ตัวอย่าง: ระบบตรวจสอบย้อนกลับได้ของไม้ในไลบีเรีย

ระบบห่วงโซ่การคุ้มครองของไลบีเรีย ที่เรียกว่า LiberFor กำหนดให้ไม้ที่จะตัดและตัดแล้วทุกต้นต้องมีบาร์โค้ดตลอดการเดินทางจากป่าไปสู่ท่าเรือ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามไม้กลับไปยังต้นตอของไม้ที่ตัดได้ ระบบนี้ยังยืนยันถึงสิทธิทางกฎหมายของผู้ตัดไม้ในการตัดไม้และการชำระค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ LiberFor จะตรวจติดตามจำนวนและแผนที่ของต้นไม้ในเขตสัมปทานป่าไม้ ข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ที่ตัด และปริมาตรของไม้ที่ยังไม่ได้ตัด นอกจากนี้ระบบยังตรวจติดตามเอกสารต่างๆ เช่น รายการสินค้าขนส่งและใบอนุญาตส่งออก Legality Verification Department (กรมการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องตามกฎหมาย) ของไลบีเรียจะใช้ LiberFor เป็นฐานในการพิสูจน์ยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายในด้านอื่นๆ เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

แหล่งที่มา: Carey, R. and Schrader, S. 2012. The LiberFor tracking system: state of implementation. PowerPoint presentation. [ดาวน์โหลดไฟล์ PDF]




 

ข้อความปฏิเสธความรับผิด เนื้อหาใน แกะกล่อง VPA เป็นไปตามการถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์ที่รวบรวมและอธิบายโดยศูนย์อำนวยการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าแห่งสหภาพยุโรป (EU FLEGT Facility) และด้วยเหตุนี้ ศูนย์อำนวยการจึงเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว สำหรับคำแนะนำหรือคำถาม กรุณาติดต่อ EU FLEGT Facility ได้ที่: info@euflegt.efi.int

© European Forest Institute 2016