Print Friendly and PDF


ผู้มีส่วนได้เสียของประเทศในกระบวนการ VPA

ในกระบวนการของข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) ผู้มีส่วนได้เสียของประเทศ ได้แก่ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการค้าไม้ รัฐบาล องค์กรประชาสังคม และชุมชน ความคิดเห็นเกี่ยวกับ VPA และสิ่งที่พวกเขาควรได้รับจากข้อตกลงแตกต่างกันไปภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่มของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้ (โปรดดูเนื้อหาในกรอบ ‘การให้ความสำคัญกับเรื่องที่ต่างกันส่งผลต่อความคิดเห็นในเรื่อง VPA ของผู้มีส่วนได้เสีย ')

ความต้องการที่ต่างกันอาจส่งผลต่อความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับ VPA

ลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียแตกต่างกันไป ทั้งภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่มที่เป็นรัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เช่น กระทรวงการคลังและกระทรวงป่าไม้อาจมีความเห็นที่ขัดแย้งกันในสิ่งที่ VPA สามารถให้ได้ หัวข้อต่อไปนี้เป็นเพียงบางสิ่งที่สมาชิกของแต่ละกลุ่มต้องการที่จะได้รับ:

ภาครัฐบาล

ภาคเอกชน

ภาคประชาสังคม

  • ได้ประโยชน์จากมูลค่าทางเศรษฐกิจของทรัพยากรป่าไม้อย่างครบถ้วน
  • ระดมทุนเพื่อกองทุนแห่งชาติ
  • หยุดการสูญเสียรายได้จากการมีการทำไม้ที่ไม่ถูกกฎหมาย
  • สนับสนุนและ/หรือปฏิรูปการเงินภาคป่าไม้
  • เสริมสร้างวัตถุประสงค์ของการจัดการป่าไม้
  • นำธุรกิจนอกระบบมาทำให้เป็น ระเบียบแบบแผนหรือทำให้ถูกกฎ หมาย
  • ขยายตลาดภายในประเทศ
  • ปรับปรุงภาพลักษณ์ของประเทศและความน่าเชื่อถือของภาคป่าไม้ให้ดีขึ้น
  • ทำให้วาระปฏิรูปภาคป่าไม้มีความก้าวหน้าขึ้น
  • รักษาและขยายตลาด
  • สร้างความเสมอภาคโดยลดการ แข่ง ขันที่ไม่เป็นธรรมจากการค้าไม้ ที่ไม่ถูกกฎหมาย
  • ทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ ได้
  • ทำให้ข้อกำหนด และขั้นตอนการควบคุมชัดเจนเพื่อลดการ ฉ้อราษฎร์บังหลวง
  • ลดค่าใช้จ่าย
  • เพิ่มประสิทธิภาพ
  • แก้ปัญหาค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการมีความขัดแย้งกับชุมชน
  • มีสถานะ ‘ถูกต้องตามกฎหมาย' เนื่องจากผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวนมากมีสถานะทางกฎหมายที่ไม่ชัดเจน
  • สร้างความเชื่อมั่นว่าสามารถแสดงความคิด เห็นและมีส่วนร่วม
  • ทำให้สิทธิชุมชนชัดเจนขึ้น และ/หรือเข้มแข็งขึ้น
  • ทำให้สิทธิของชนพื้นเมืองท้องถิ่นชัดเจนขึ้น และ/หรือเข้มแข็งขึ้น
  • มีการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่
  • ทำให้สิทธิของผู้ใช้ประโยชน์ และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการต่อชุมชนชัดเจนขึ้น
  • จัดเก็บค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับ การทำป่าไม้ และนำมาจัดสรรใหม่ให้กับชุมชน
  • สร้างความมั่นใจว่าจะมีพันธะความรับผิดชอบและความโปร่งใสในการตัดสินใจ (การจัดสรรการใช้ที่ดิน)
  • สร้างความมั่นใจในการเข้าถึงข้อมูล ป่าไม้ และโรงเลื่อย ทำให้สามารถตรวจสอบภาคป่าไม้ ได้อย่างละเอียด

 

พลวัตที่เปลี่ยนไป

กระบวนการ VPA ต้องทำให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถมีส่วนร่วม และแสดงออกถึงข้อห่วงใยของเขาได้ ถ้าต้องการให้ได้ข้อตกลงที่มีความน่าเชื่อถือที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสร้างสมดุลให้กับความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียหลากหลายกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ผู้มีส่วนได้เสียมีความแตกต่างกันไปในเรื่องต่อไปนี้:

  • มีการจัดองค์กรที่ดีเพียงใด
  • มีความเข้าใจใน VPA ดีเพียงใด
  • มีการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารกันดีเพียงใด
  • เป็นตัวแทนของกลุ่มได้แท้จริงเพียงใด
  • สามารถเข้าถึงพวกเขาได้ง่ายหรือไม่
  • มีความเต็มใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมมากน้อยเพียงใด

ภาครัฐบาลก็มีความหลากหลายเช่นกันในความสมัครใจที่จะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ

ผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการ VPA บางกลุ่มเป็นผู้ได้รับสิทธิ์ สิทธิ์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของคนเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบจาก VPA ผู้ได้รับสิทธิ์อาจได้แก่สมาชิกของชุมชนในป่า และ/หรือชนพื้นเมืองท้องถิ่น สิทธิ์ที่กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับภายใต้กฎหมายของประเทศหรือกฎหมายระหว่างประเทศอาจรวมถึงสิทธิ์ที่จะได้รับการปรึกษาหารือ หรือสิทธิ์ที่จะแสดงความยินยอมพร้อมใจอย่างเป็นอิสระโดยต้องได้รับทราบข้อมูลล่วงหน้า

ผู้มีส่วนได้เสียภาครัฐบาล คือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบาย และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ในทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งได้แก่:

  • เจ้าหน้าที่ในระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการควบคุมป่า และการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้
  • เจ้าหน้าที่ศุลกากร
  • ตัวแทนทางการเงินและภาษี
  • เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และแรงงานที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมาย
  • ตัวแทนกระทรวงยุติธรรม
  • ตัวแทนการค้าและอุตสาหกรรม
  • ตัวแทนกิจการระหว่างประเทศ

ภาครัฐบาลดำเนินการในหลายระดับ และมีผลประโยชน์ที่หลากหลาย หน่วยงานรัฐบาลที่สนับสนุนกระบวนการ VPA อาจอยู่นอกภาคป่าไม้ก็ได้. ตัวอย่างเช่น กระทรวงการคลังอาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการ VPA เนื่องจากมีความห่วงใยเรื่องการสูญเสียรายได้ในภาคป่าไม้ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอาจเสนอให้ความช่วยเหลือเพราะ VPA จะทำให้กลุ่มอาชญากรอ่อนแอลง แต่ตัวแทนรัฐบาลบางกลุ่มอาจต่อต้าน VPA ได้เช่นกัน เพราะความพยายามที่จะปรับปรุงภาคนี้อาจไปลดฐานอำนาจ หรือขัดขวางแหล่งรายได้นอกระบบของเขา

โปรดอ่านเพิ่มเติมได้ที่ แกะกล่อง VPA หัวข้อ ผู้มีส่วนได้เสียภาครัฐบาลแห่งชาติ

ผู้มีส่วนได้เสียภาคเอกชน ได้แก่ บริษัทและปัจเจกบุคคลที่ได้รับผลกำไรจากภาคป่าไม้ ซึ่งได้แก่:

  • เจ้าของและผู้ครอบครองสัมปทานหรือกรรมสิทธิ์ป่าไม้ เช่น ผู้ครอบครองใบอนุญาตเอกชน เจ้าของป่าปลูก ชุมชน และครัวเรือน
  • บริษัทแปรรูปไม้
  • บริษัทขนส่งไม้ และผู้ค้า
  • ผู้ซื้อ/ผู้ขาย/ผู้นำเข้า/ผู้ส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้
  • ภาคเศรษฐกิจนอกระบบ
  • ช่างฝีมือ เช่น ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์

ภาคเอกชนเป็นกลุ่มที่กว้างที่รวมเอาผู้มีส่วนได้เสียที่มีวาระ ทัศนะ และระดับการสนับสนุน VPA ที่แตกต่างกันอย่างมาก

โปรดอ่านเพิ่มเติมได้ที่ แกะกล่อง VPA หัวข้อ ผู้มีส่วนได้เสียภาคเอกชนของประเทศ

ผู้มีส่วนได้เสียภาคประชาสังคม ได้แก่ ประชาชนที่มีชีวิตและความเป็นอยู่เชื่อมโยงกับป่า และได้รับผลกระทบจากนโยบายป่าไม้ รวมถึงองค์กรที่มีความสนใจในป่าไม้ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กว้างกว่า เช่น ความยากจน สิทธิ หรือสิ่งแวดล้อม ผู้มีส่วนได้เสียภาคประชาสังคม ได้แก่

  • ชุมชนที่อยู่ในป่า หรือประชาชนที่ต้องพึ่งพิงป่า
  • ชนพื้นเมืองท้องถิ่น
  • ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามขนบธรรมเนียม
  • องค์กรประชาสังคมที่ต่อสู้ประเด็นเกี่ยวกับป่าหรือสิทธิมนุษยชน
  • องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม
  • สหภาพแรงงาน

ในบางประเทศ VPA ชนพื้นเมืองท้องถิ่นชอบที่จะตั้งกลุ่มของตัวเอง มากกว่าการเข้าร่วมในเวทีภาคประชาสังคมที่กว้างกว่า

โปรดอ่านเพิ่มเติมได้ที่ แกะกล่อง VPA หัวข้อ ผู้มีส่วนได้เสียภาคประชาสังคมของประเทศ

ผู้มีส่วนได้เสียบางราย อาจอยู่กับกลุ่มต่างๆ ได้มากกว่าหนึ่งกลุ่มตามที่จัดกันอย่างกว้างๆ เป็นภาครัฐบาล ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคม ซึ่งได้แก่:

  • ชุมชนท้องถิ่น และผู้ผลิตภายในครัวเรือน
  • แรงงานในบริษัทค้าไม้ บริษัทขนส่งไม้ หรือบริษัทแปรรูปไม้
  • ตัวแทนตามประเพณีนิยมหรือตัวแทนทางการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งมา เช่น ผู้มีอำนาจหน้าที่ตามขนบธรรมเนียม สมาชิกรัฐสภา และผู้แทนระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค
  • ตัวแทนมหาวิทยาลัยหรือนักวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับภาคป่าไม้และการค้าไม้

ตัวอย่างเช่น คนงานอาจแสดงความคับข้องใจได้อย่างเปิดเผยในเวทีประชาสังคม มากกว่าในการประชุมกับนายจ้างภาคเอกชนของเขา ในทำนองเดียวกัน ผู้ผลิตในครัวเรือนอาจเชื่อมโยงกับสมาชิกอื่นๆในชุมชน ได้มากกว่ากับผู้ประกอบการเอกชนขนาดใหญ่




 

ข้อความปฏิเสธความรับผิด เนื้อหาใน แกะกล่อง VPA เป็นไปตามการถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์ที่รวบรวมและอธิบายโดยศูนย์อำนวยการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าแห่งสหภาพยุโรป (EU FLEGT Facility) และด้วยเหตุนี้ ศูนย์อำนวยการจึงเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว สำหรับคำแนะนำหรือคำถาม กรุณาติดต่อ EU FLEGT Facility ได้ที่: info@euflegt.efi.int

© European Forest Institute 2016