Print Friendly and PDF


การเจรจาข้อตกลง VPA แบบทวิภาคี

การเจรจาข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) ทวิภาคีระหว่าง EU และประเทศส่งออกไม้ เป็นการถกอภิปรายอย่างมีโครงสร้างที่ให้ผลเป็นสนธิสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

การเจรจาทวิภาคีใช้ความคิดเห็นที่เกิดจากการถกอภิปรายของผู้มีส่วนได้เสียของประเทศ ซึ่งยังคงดำเนินอยู่ในระยะการเจรจาของกระบวนการ VPA

VPA แตกต่างจากข้อตกลงทางการค้าส่วนใหญ่เนื่องจาก EU และประเทศส่งออกไม้ไม่ได้เป็นคู่ปฏิปักษ์ในการเจรจา แต่ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาทางออกร่วมกันของปัญหาจากการค้าไม้ที่ไม่ถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ไม่มีพิมพ์เขียวหรือสูตรสำเร็จให้เดินตาม กระบวนการเจรจาและการนำ VPA ไปปฏิบัติแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ กระบวนการในประเทศส่งออกไม้จะเป็นสิ่งที่กำหนดเนื้อหาของ VPA

ความคาดหวัง

แผนปฏิบัติการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า (FLEGT) ของสหภาพยุโรปประมวลความคาดหวังของ EU เอาไว้ EU แสวงหาทางป้องกันไม้ที่ไม่ถูกกฎหมายเข้าสู่ตลาด EU ด้วยการสนับสนุนความพยายามในประเทศส่งออกไม้ให้เสริมสร้างระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ ปรับปรุงธรรมาภิบาลภาคป่าไม้ และรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งกับประเทศใน EU

EU ไม่ได้แสวงหาความได้เปรียบทางการค้า ข้อที่ EU สนใจเป็นหลักก็คือ VPA จะต้องเชื่อถือได้ นั่นคือจะต้องมีฉันทามติสนับสนุนการตัดสินใจที่เขียนไว้ใน VPA ซึ่งจะหมายถึงว่ามีการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียในวงกว้างในประเทศหุ้นส่วนนั่นเอง VPA ต้องประกอบด้วยระบบที่เข้มแข็งที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องมีความยุติธรรม อย่างที่แผนปฏิบัติการ FLEGT ได้กล่าวไว้: "ความท้าทายอยู่ที่การทำให้มั่นใจได้ว่า การดำเนินการเพื่อจัดการกับการค้าไม้ที่ไม่ถูกกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย จะไม่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มอ่อนแอ เช่น คนยากจนในชนบท ในขณะที่ปล่อยให้ผู้ที่มีอิทธิพลลอยนวล"

ในการเจรจาทวิภาคี คำสั่งจากคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the European Union) นำทางการทำงานของคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปในการเจรจาพยายามให้ตัวเนื้อหาหลักของ VPA เรียบง่ายและสอดคล้องกันทุกประเทศ และใช้ภาคผนวกสำหรับบรรจุรายละเอียดเฉพาะของประเทศนั้นๆในแต่ละข้อตกลง

ความคาดหวังของประเทศส่งออกไม้แตกต่างกันไป เนื่องมาจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียมีหลากหลายกลุ่ม บางกลุ่มคาดหวังว่า VPA จะสร้างโอกาสทางธุรกิจ ส่วนกลุ่มอื่นๆ ก็หวังว่า VPA จะปกป้องผืนป่า หรือปรับปรุงความเป็นอยู่ของชุมชนท้องถิ่นให้ดีขึ้น การให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆที่แตกต่างกันอย่างมากนี้ย่อมเป็นความท้าทาย ซึ่งหมายความว่าผู้มีส่วนได้เสียต้องมีเวลาและพื้นที่ที่จะเข้าใจประเด็นต่างๆ ก่อรูปความคิดเห็นของกลุ่ม และแสดงความคิดเห็นนั้นๆออกมา

โครงสร้างการเจรจา

โครงสร้างการเจรจาของทั้งสองฝ่ายต่างกัน และแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศส่งออกไม้ด้วย คณะผู้แทนจากคณะกรรมาธิการยุโรปดำเนินการเจรจาในนามของสหภาพยุโรปโดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิก EU อย่างน้อยหนึ่งประเทศเข้าร่วมในทีมเจรจาด้วย

รัฐบาลของประเทศส่งออกไม้เป็นผู้ตัดสินใจว่าใครจะเป็นตัวแทนรัฐบาลในการเจรจา ในข้อตกลง VPA ทั้งหมด 6 ฉบับที่มีการลงนามแล้วจนถึงปัจจุบัน ประเทศหุ้นส่วนได้ตัดสินใจให้มีตัวแทนจากภาคเอกชน และองค์กรประชาสังคมไว้ในโครงสร้างการเจรจาด้วย การเลือกผู้นำการเจรจามีความสำคัญ เพราะบุคคลนี้ต้องมีทักษะและประสบการณ์พิเศษ รวมถึงความสามารถในการประสานจุดยืนต่างๆ ภายในประเทศ บางประเทศต้องพยายามอย่างหนักในการหาผู้นำการเจรจาที่มีระดับสูงเพียงพอ และมีความกระตือรือร้น ในบางกรณีเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้การเจรจาล่าช้าออกไป

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมและตัวอย่าง ดูแกะกล่อง VPA หัวข้อโครงสร้างการเจรจา VPA ระดับชาติ

การเจรจาทวิภาคีเกิดขึ้นทั้งในรูปแบบการประชุมต่อหน้าทั้งใน EU และในประเทศผู้ส่งออกไม้ และการประชุมทางวิดีโอ นอกจากการเจรจาระดับการเมืองแล้ว บางกระบวนการของ VPA ยังมีการแลกเปลี่ยนทางเทคนิคอีกด้วย เจ้าหน้าที่ EU และ/หรือ เจ้าหน้าที่ EU FLEGT Facility และตัวแทนของประเทศมาพบกันเพื่ออภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแง่มุมเฉพาะของ VPA เช่น ในเรื่องนิยามความถูกต้องตามกฎหมาย หรือระบบติดตามไม้ เรียกการประชุมนี้ว่าการประชุมร่วมของผู้ชำนาญการ (joint expert meeting)

กระบวนการ VPA ส่วนใหญ่มีผู้อำนวยความสะดวกที่เป็นกลางให้การสนับสนุน และมีโครงการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคเฉพาะเรื่อง ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้อำนวยความสะดวกเหล่านี้ว่าคือใคร ทำงานอย่างไร และได้รับการสนับสนุนด้านการเงินอย่างไร ในแกะกล่อง VPA หัวข้อ การสนับสนุนผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการ VPA

กระบวนการ

การเจรจาทวิภาคีครั้งแรกเป็นการทำให้การหารือกันของสองฝ่ายเป็นทางการและวางวิสัยทัศน์และขอบเขตให้กับการหารือที่จะตามมา การเจรจาครั้งแรกนี้จะช่วยให้แต่ละฝ่ายสามารถเข้าใจถึงความคาดหวังของอีกฝ่ายหนึ่ง และความท้าทายต่างๆที่ผู้มีส่วนได้เสียระบุว่า VPA ควรจัดการ ในการเจรจาครั้งแรก ผู้เจรจาจะกำหนดบทบาท ความรับผิดชอบ และขั้นตอนการดำเนินงานร่วมกัน ผู้เจรจาอาจเริ่มทำแผนที่นำทาง (โรดแมป) หรือตารางเวลาสำหรับการเจรจาครั้งต่อๆไปด้วย จากนั้นทั้งสองฝ่าย จะประกาศต่อสาธารณะร่วมกันเพื่อย้ำถึงความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายที่จะเจรจา VPA กัน

จากนั้น การเจรจาทวิภาคีจะให้ความสนใจกับการพัฒนาเนื้อหาและภาคผนวกของ VPA นอกเหนือจากการเจรจาอย่างเป็นทางการแล้ว งานในกระบวนการยังรวมถึง การประชุมทางเทคนิคเพื่อเตรียมการเจรจา และงานภาคสนามเพื่อทดสอบแง่มุมต่างๆ ของข้อตกลง เช่น นิยามความถูกต้องตามกฎหมาย และ/หรือ องค์ประกอบอื่นๆของ ระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ การทดสอบจะสามารถชี้ให้เห็นช่องว่างของการปฏิบัติตามของบริษัท หรือการบังคับใช้ของภาครัฐ

การเจรจาทวิภาคีสิ้นสุดลงเมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในเนื้อหาและภาคผนวกของ VPA โดย VPA นั้นไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ต้องมีความน่าเชื่อถือ ให้สัตยาบันได้ และนำไปปฏิบัติได้ ข้อตกลงควรสะท้อนถึงฉันทามติระดับชาติของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในประเทศหุ้นส่วน VPA และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียใน EU ในการเจรจารอบสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายจะหารือกันในการกำหนดตารางเวลาการให้สัตยาบันและการนำ VPA ไปปฏิบัติ ทั้งสองฝ่ายจะให้สัญญาณถึงการสิ้นสุดการเจรจา และการเริ่มการให้สัตยาบันด้วยการลงนามย่อใน VPA

ความรวดเร็วและการกำหนดเวลา

กรอบเวลาของแผนที่นำทางการเจรจาเป็นแค่สิ่งบ่งชี้คร่าวๆ การเจรจา VPA อาจใช้เวลาหลายปี และมักยาวนานกว่าที่ทุกฝ่ายคาดไว้ในตอนต้น เพราะผู้มีส่วนได้เสียต้องมีเวลาเพียงพอในการเข้าร่วมในกระบวนการ และในการหาทางออกให้กับความท้าทายที่เกิดขึ้น

ความล่าช้าสามารถเกิดขึ้นได้หากความสนใจของรัฐบาล และผู้มีส่วนได้เสียเปลี่ยนไปตามสภาวะทางการเมือง เศรษฐกิจ และพลวัตอื่นๆ หรือหากการเจรจาทวิภาคีไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับสิ่งที่ผู้มีส่วนได้เสียของประเทศได้หารือกันไว้

โดยทั่วไป คุณภาพของกระบวนการเจรจามีความสำคัญมากกว่าความรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการที่เชื่องช้าจะต้องเป็นกระบวนการที่มีคุณภาพ ปัจจัยที่สามารถส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าของกระบวนการ ได้แก่ การเลือกตั้งในประเทศหุ้นส่วน หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจในระดับชาติ ระดับภูมิภาค หรือระดับโลก ที่กระทบต่อการผลิตและการค้าไม้

ข้อมูลเพิ่มเติม

ลิงค์ภายนอก

Canby, K. 2013. Forest Law Enforcement Governance and Trade (FLEGT) Voluntary Partnership Agreements (VPAs) or How to do effective consultation for national policies. Forest Trends PowerPoint presentation. [ดาวน์โหลดไฟล์ PDF]

Falconer, J. 2013. Overview of VPA processes: opportunities and challenges for projects to advance FLEGT. Presentation to FLEGT Project coordination meeting. 9 October 2013, Brussels. [ดาวน์โหลดไฟล์การนำเสนอ PowerPoint]

Othman, M. et al. 2012. FLEGT Voluntary Partnership Agreements. ETFRN News 53: 109-116. [ดาวน์โหลดไฟล์ PDF]



 

ข้อความปฏิเสธความรับผิด เนื้อหาใน แกะกล่อง VPA เป็นไปตามการถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์ที่รวบรวมและอธิบายโดยศูนย์อำนวยการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าแห่งสหภาพยุโรป (EU FLEGT Facility) และด้วยเหตุนี้ ศูนย์อำนวยการจึงเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว สำหรับคำแนะนำหรือคำถาม กรุณาติดต่อ EU FLEGT Facility ได้ที่: info@euflegt.efi.int

© European Forest Institute 2016