Print Friendly and PDF


VPA สามารถเพิ่มความโปร่งใสได้อย่างไร

ทำไมความโปร่งใสจึงมีความสำคัญ

ความโปร่งใสในภาคป่าไม้มีความสำคัญเนื่องจากผู้มีส่วนได้เสียมีความจำเป็นที่จะต้องเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกฎหมาย นโยบาย ขั้นตอนต่างๆ การตัดสินใจ และกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อพวกเขา ความโปร่งใสเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของธรรมาภิบาลป่าไม้ที่ดี เนื่องจาก

  • ความโปร่งใสเป็นรากฐานของความถูกต้องตามกฎหมาย พันธะความรับผิดชอบ ความชัดเจนทางกฎหมาย และการมีส่วนร่วม
  • ความโปร่งใสช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ความน่าเชื่อถือ
  • ความโปร่งใสจำกัดโอกาสในการฉ้อราษฎร์บังหลวง
  • ความโปร่งใสช่วยให้เกิดการตรวจสอบภาคป่าไม้อย่างเป็นอิสระ
  • ตลาดต่างๆ มีความต้องการที่จะเข้าใจห่วงโซ่อุปทานและผลกระทบต่างๆ จากห่วงโซ่อุปทานมากยิ่งขึ้น
  • ความโปร่งใสทำให้สิทธิและความรับผิดชอบของผู้มีส่วนได้เสียในป่าไม้มีความชัดเจน

ในทางตรงกันข้าม การขาดความโปร่งใสในภาคป่าไม้ของประเทศอาจทำลายความมุ่งมั่นของข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) และสามารถปกปิดหรือแม้แต่ทำให้เกิดอาชญากรรมและการฉ้อราษฎร์บังหลวง การขาดความโปร่งใสช่วยให้ผู้มีอำนาจได้ประโยชน์โดยผิดกฎหมายด้วยการจัดสรรสัมปทานป่าไม้ให้แก่เพื่อนหรือญาติ และทำให้บริษัทต่างๆ สามารถตัดไม้และขายไม้ที่ตัดได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต ค่าธรรมเนียม หรือภาษี

การขาดความโปร่งใสยังหมายความว่ารัฐบาลสูญเสียรายได้และชุมชนต่างๆ สูญเสียการควบคุมในผืนดินของตน หากปราศจากความโปร่งใสแล้ว ประชาชนจะต้องดิ้นรนอย่างมากจึงจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ต่างๆ ได้

ความโปร่งใสมักเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงกัน งานวิจัยต่างๆ แสดงหลักฐานว่าการไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้นั้นสามารถสร้างความขัดแย้งในหมู่ผู้มีส่วนได้เสียได้มากเพียงใด กระบวนการ VPA สามารถลดความขัดแย้งดังกล่าวให้อยู่ในระดับน้อยที่สุด และลดความเป็นไปได้ที่จะเกิดข้อขัดแย้งด้วยการทำให้ธรรมาภิบาลป่าไม้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

มุมมอง: Matthew Walley, ตัวแทนจากชุมชนป่าไม้ในไลบีเรีย

"ชาวบ้านรู้สึกว่าถูกโกง เราเห็นรถบรรทุกไม้แล่นออกจากป่า แต่ไม่ว่าเราจะร้องขอมากเพียงใด ก็ไม่มีใครที่บอกเราว่าตัดไม้ออกไปเท่าใดและเป็นไม้อะไรบ้าง อย่างนี้แล้ว เราจะทราบได้อย่างไรว่าเราได้รับค่าตอบแทนที่ถูกต้องสำหรับไม้เหล่านี้"

ที่มา: Global Witness. 2012. African timber-exporting countries failing to meet access to information commitments. การแถลงข่าว 9 ตุลาคม 2012 [อ่านออนไลน์]

 

VPA สามารถเพิ่มความโปร่งใสได้อย่างไร

เนื้อหาหลักและภาคผนวกของข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) และกระบวนการ VPA เองสามารถส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสได้ในหลายทาง

การเป็นที่มองเห็นได้ ตัวกระบวนการ VPA เองเป็นที่มองเห็นได้ชัดเจนมาก กระบวนการนี้เปิดเผยภาคป่าไม้และยังถึงกับทำให้ภาคป่าไม้ถูกพิจารณาโดยละเอียดได้ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศเลยทีเดียว

การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย EU สนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างกว้างขวางในการเจรจา VPA และการนำ VPA ไปปฏิบัติ การมีส่วนร่วมในวงกว้างสร้างความโปร่งใสให้เกิดขึ้นในส่วนที่สำคัญๆ ของ VPA เช่น นิยามความถูกต้องตามกฎหมาย ในส่วนอื่นๆ ของ ระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ และการปฏิรูปกฎหมายที่จำเป็น

ความโปร่งใสช่วยให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความคิดเห็น ถกอภิปรายประเด็นปัญหา และวางแนวทางในเนื้อหาและภาคผนวกของ VPA และตัวกระบวนการ VPA เอง มาตราในเนื้อหาหลักของ VPA แต่ละฉบับเสริมความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียระหว่างการนำ VPA ไปปฏิบัติ

จนถึงปัจจุบัน ทุกประเทศที่ได้ลงนามใน VPA ได้รวมตัวแทนจากภาคประชาสังคมและภาคเอกชนในโครงสร้างการดำเนินงานในระดับชาติและในคณะกรรมการดำเนินงานร่วม

โปรดอ่านเพิ่มเติมได้ที่ แกะกล่อง VPA หัวข้อ VPA สามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมได้อย่างไร

การสื่อสาร ประเทศต่างๆ มีแนวทางในการสื่อสารเกี่ยวกับกระบวนการ VPA ที่แตกต่างกัน แนวทางต่างๆ อาจได้แก่ การตีพิมพ์สรุปนโยบายและสรุปการเจรจา การแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน การจัดทำเว็บไซต์ระหว่างขั้นตอนการเจรจา VPA และตีพิมพ์รายงานของคณะกรรมการดำเนินงานร่วม อ่านเพิ่มเติมได้ที่ แกะกล่อง VPA หัวข้อ การสื่อสารในกระบวนการ VPA

การตรวจสอบที่เป็นอิสระ การตรวจสอบที่เป็นอิสระเป็นส่วนประกอบบังคับของระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ของ VPA การตรวจสอบมีส่วนช่วยให้เกิดความโปร่งใสด้วยการทบทวนและรายงานในเรื่องระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ ผู้ตรวจสอบส่งรายงานให้แก่สหภาพยุโรปและประเทศหุ้นส่วน VPA (โดยปกติแล้วส่งให้แก่คณะกรรมการดำเนินงานร่วม) และจัดทำรายงานสาธารณะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ แกะกล่อง VPA หัวข้อ การตรวจสอบที่เป็นอิสระ

ภาคผนวก VPA เรื่องข้อมูลสาธารณะ ภาคผนวก VPA เรื่องข้อมูลข่าวสารสาธารณะระบุเอกสารและข้อมูลต่างๆ ที่ผู้มีส่วนได้เสียคิดว่าควรได้รับการจัดทำเป็นข้อมูลข่าวสารสาธารณะเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธรรมาภิบาลในภาคป่าไม้และเพื่อทำให้สามารถติดตามตรวจสอบการนำ VPA ไปปฏิบัติได้ ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของผู้สังเกตการณ์อิสระ ประเทศหุ้นส่วน VPA บางประเทศได้สร้างเว็บไซต์เพื่อแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร ยกตัวอย่างเช่น คาเมรูน และสาธารณรัฐคองโก โปรดอ่านเพิ่มเติมได้ที่แกะกล่อง VPA หัวข้อ ภาคผนวก VPA ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารสาธารณะ

ความชัดเจนทางสถาบัน กระบวนการ VPA ทำให้เกิดความกระจ่างว่าใครที่เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องใดในระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ของประเทศ ฝ่ายต่างๆ จัดทำบันทึกความรับผิดชอบเหล่านี้ไว้ในเนื้อหาและในภาคผนวกของข้อตกลง และในวิธีการปฏิบัติต่างๆที่จะได้รับการพัฒนาขึ้นในภายหลังคือในระยะการนำไปปฏิบัติ ความรับผิดชอบที่ชัดเจนเพิ่มความเข้าใจว่าใครมีพันธะรับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมายและผู้มีส่วนได้เสียจำเป็นต้องทำอะไรบ้างเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย

ความเข้าใจในเรื่องการออกกฎหมาย ในหลายๆ ประเทศ ผู้มีส่วนได้เสียต้องดิ้นรนจึงจะสามารถเข้าถึงข้อความของกฎหมายได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเข้าใจในข้อกำหนดของกฎหมาย การถกอภิปราย ในเรื่องนิยามความถูกต้องตามกฎหมายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ช่วยผลักดันให้รัฐบาลวาง กฎหมายที่เกี่ยวข้องไว้ในที่สาธารณะสำหรับผู้มีส่วนได้เสียได้เข้าถึงและถกอภิปราย ในกระบวนการ VPA ต่างๆ จนถึงปัจจุบัน โปรแกรมสนับสนุนต่างๆ ได้เน้นให้การสนับสนุนในเรื่องขีดความสามารถและทรัพยากรที่จะช่วยให้กฎหมายเข้าถึงได้ และในการทำให้กรอบกฎหมายมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

ความท้าทายในการนำความมุ่งมั่นในเรื่องความโปร่งใสไปปฏิบัติ

ความโปร่งใสทำให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถทำความเข้าใจ VPA นำ VPAไปปฏิบัติ และติดตาม VPA ได้ง่ายขึ้น ความโปร่งใสยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่การออกใบรับรอง FLEGT ในหมู่ผู้มีส่วนได้เสียของประเทศ ผู้นำเข้าในสหภาพยุโรป และผู้บริโภค อย่างไรก็ดี ประเทศส่งออกไม้ส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องความโปร่งใสมากนักในอดีต ดังนั้นอาจต้องใช้เวลากว่าที่รัฐบาลเหล่านี้จะนำความมุ่งมั่นด้านความโปร่งใสใน VPA มาปฏิบัติ

บางประเทศจำเป็นต้องพัฒนาระบบและขั้นตอนวิธีการในการจัดการและแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร ในบางกรณี ข้อมูลข่าวสารอาจมีอยู่แล้วในที่สาธารณะแต่อาจยากที่จะค้นหาและแบ่งปัน ในกรณีอื่นๆ เช่น ไลบีเรีย ไม่มีกฎหมายในรูปอิเล็กทรอนิกส์และแม้แต่กฎหมายที่พิมพ์ออกมาก็หาได้ยาก

ความล่าช้าในการนำ VPA ไปปฏิบัติอาจเกิดขึ้นเนื่องจากรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะมุ่งความสนใจไปที่ด้านเทคนิคของการนำไปปฏิบัติเช่น ระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ แทนที่จะเป็นการปฏิรูปด้านธรรมาภิบาล การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียยังมีแนวโน้มที่จะลดระดับลงเมื่อการเจรจาจบลงและการนำไปปฏิบัติเริ่มต้นขึ้น ผู้มีส่วนได้เสียอาจจะย้ายความสนใจ ไปที่เรื่องอื่น และ/หรือ ไม่พยายามรุกค้นหาวิธีการเพื่อให้การปฏิรูปด้านธรรมาภิบาลก้าวหน้าขึ้น

ความท้าทายอีกประการหนึ่งก็คือ ในระยะสั้น การพยายามเพิ่มความโปร่งใสทำให้เป็นการเผยให้เห็นถึงข้อเท็จจริงในภาคป่าไม้และอาจทำให้ประเทศถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ จึงอาจดูเหมือนขัดแย้งกันที่ประเทศที่ทำการปฏิรูปกลับจะถูกวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าประเทศที่ไม่สนับสนุนในเรื่องความโปร่งใส อย่างไรก็ดีในระยะยาวแล้ว ประเทศที่ได้ปรับปรุงความโปร่งใสจะได้รับประโยชน์เนื่องจากมีตลาดจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เรียกร้องข้อมูลว่าประเทศนั้นๆ มีการจัดการภาคป่าไม้ของตนอย่างไร

ตัวอย่าง: ข้อมูลข่าวสารและพันธะความรับผิดชอบในอินโดนีเซีย

กระทรวงป่าไม้แห่งประเทศอินโดนีเซียได้ตีพิมพ์รายชื่อของบริษัททั้งหมดที่ได้รับการตรวจพิสูจน์แล้วว่าถูกต้องตามกฎหมายภายใต้ระบบการประกันความ ถูกต้องตามกฎหมายของไม้บนเว็บไซต์ของกระทรวง ผู้ตรวจสอบและผู้นำเข้าสามารถใช้รายชื่อนี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตส่งออก ไซต์นี้ยังมีช่องทางให้สามารถส่งข้อคำถามต่างๆ ต่อหน่วยงานสารสนเทศด้านการออกใบอนุญาต ซึ่งจะเก็บข้อมูลใบอนุญาตแต่ละฉบับไว้ในฐานข้อมูล หน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งสหภาพยุโรปยังสามารถตรวจสอบหาความจริงในระบบและส่งข้อคำถามไปยังหน่วยงานนี้ ในอนาคตหน่วยงานผู้มีอำนาจจะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จัดส่งให้แก่หน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตเพื่อการออกใบอนุญาตได้โดยตรง




 

ข้อความปฏิเสธความรับผิด เนื้อหาใน แกะกล่อง VPA เป็นไปตามการถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์ที่รวบรวมและอธิบายโดยศูนย์อำนวยการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าแห่งสหภาพยุโรป (EU FLEGT Facility) และด้วยเหตุนี้ ศูนย์อำนวยการจึงเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว สำหรับคำแนะนำหรือคำถาม กรุณาติดต่อ EU FLEGT Facility ได้ที่: info@euflegt.efi.int

© European Forest Institute 2016